วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

แนะนำรีสอร์ทน่าพักใกล้กรุงเทพฯ(1)


กระท่อมริมผา มีน้ำกับฟ้าเป็นเพื่อน ” เป็นสโลแกนของรีสอร์ทแห่งนี้ ครับผมกำลังหมายถึง “ ปารีฮัท รีสอร์ท ” ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่น่าสนใจในทริปนี้ กระท่อมรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเกาะสีชัง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเราเพียง 117 กิโลเมตรเท่านั้น

ภายในรีสอร์ทมีลักษณะเป็นกระท่อมสวยงาม ตั้งเรียงรายอยู่ริมผา หันหน้าไปทางทะเลรับลมเย็นสบาย ที่รีสอร์ทแห่งนี้เคยเป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง “ ปืนใหญ่จอมสลัด ” หลายท่านที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คงจำกันได้ ที่แห่งนี้คือ หมู่บ้านของปารีนั่นเอง

บรรยากาศภายในรีสอร์ทเป็นไปอย่างเรียบง่าย สบายๆ เป็นการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว มีสระว่ายน้ำ สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกก็สวยงามมาก หรือจะนั่งชมจันทร์ นอนนับดาว ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่อย่างให้ทุกท่านได้ไปสัมผัสกัน พร้อมเต็มอิ่มกับปาร์ตี้ บาร์บีคิว ซีฟู้ด ที่รีสอร์ทมีบริการให้กับท่าน

ที่รีสอร์ทแห่งนี้มีกิจกรรมให้ท่านเลือกเล่นมากมายหลายหลาก อาทิเช่น กระโดดหน้าผา ขี่จักรยานเสือภูเขา พายเรือคายัค ตกปลา ตกหมึก ชมถ้ำมหาสมบัติ ลงเล่นน้ำทะเล หรือเล่นน้ำในสระ ฯลฯ เรียกว่ามาพักผ่อนที่นี่เพียงที่เดียวเหมือนได้ไปเที่ยวหลากหลายที่เลยทีเดียว

ที่พักในรีสอร์ทแห่งนี้มีทั้งแบบเป็นกระท่อมและเป็นเต้นท์ โดย

1. กระท่อมของที่นี่ 1 หลังพักได้ 2 ท่าน
ราคาสำหรับห้องพัก 1 คืน พร้อมอาหาร 3 มื้อ (กลางวัน เย็น และเช้าวันรุ่งขึ้น)
วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ท่านละ 1,300 บาท วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ท่านละ 1,500 บาท
เตียงเสริม 1 คืนพร้อมอาหาร 3 มื้อ 1,100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลด 50 % เช็คอิน เวลา 12.00 น. และเช็คเอาท์ เวลา 11.00 น.

2. แพ็คเกจเต๊นท์ รวมอาหาร 3 มื้อ
วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี ท่านละ 700 บาท วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ท่านละ 900 บาท
มีเต็นท์บริการหรือจะนำมาเองก็ได้
** กรณีเพิ่มบาร์บีคิว – ซีฟู้ด คิดเพิ่มท่านละ 150 บาท

ทางรีสอร์ทมีบริการนำเที่ยวทัวร์รอบเกาะสีชังด้วย โดยราคาจะรวมรถตู้ไป – กลับกรุงเทพฯ เรือไป – กลับ ข้ามเกาะ ที่พัก จักรยานเสือภูเขา เรือคายัค เบ็ดตกปลา ( โดยต้องจองเป็นหมู่คณะรวม 10 ท่านขึ้นไป )

กรณีพัก 2 วัน 1 คืน ราคารวมที่พัก + อาหาร 3 มื้อ + ทัวร์รอบเกาะสีชัง ราคาท่านละ 2,400 บาท

กรณีพัก 3 วัน 2 คืน ราคารวมที่พัก + อาหาร 3 มื้อ + ทัวร์รอบเกาะสีชัง ราคาท่านละ 3,400 บาท **( แพ็คเก็จนี้โทรสอบถามที่รีสอร์ทก่อนนะครับ )


การเดินทาง

จะแนะนำท่านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวนะครับ เพราะท่านที่มีรถยนต์ส่วนตัวคงจะไปศรีราชากันถูกทุกคนอยู่แล้ว โดยขับตรงไปที่ท่าเรือเกาะลอยและสามารถจอดรถไว้ที่ลานจอดรถข้างศูนย์ประชาสัมพันธ์เกาะลอยข้างบริเวณศาลเจ้าแม่กวนอิมได้ ฟรี

สำหรับการเดินทางโดยรถสาธารณะมีให้เลือก 2 วิธีครับ

1.รถโดยสารประจำทาง ( บขส.)

ให้ไปขึ้นรถที่เอกมัยจะสะดวกที่สุดครับ เพราะจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้พอสมควร เลือกซื้อตั๋วไปลงที่ศรีราชาครับ สำหรับอัตราค่าโดยสารและรอบเวลารถออก ให้โทรสอบถาม 024355605 , 1490 หรือ คลิ้กที่นี่ โดยรถโดยสารจะไปจอดที่บริเวณโรบินสัน ศรีราชา

2.รถตู้โดยสาร

จะมีบริการ 4 จุดใหญ่ๆ คือ หมอชิต เอกมัย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ค่าโดยสารตั้งแต่ 120 – 150 บาท ( แล้วแต่จุดที่ท่านขึ้นรถ ) โดยรถตู้จะไปจอดที่โรบินสัน ศรีราชาเช่นกัน
เมื่อท่านเดินทางไปถึงที่โรบินสัน ศรีราชาเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านข้ามฝั่งไปฝั่งตรงข้ามและขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือเรียกรถตุ๊ก~ตุ๊ก โดยบอกโชเฟอร์ว่าไปลงที่เกาะลอยครับ ค่าโดยสารตั้งแต่ 20 – 50 บาทครับ แล้วแต่ท่านจะเลือกใช้บริการและการต่อรอง
เมื่อมาถึงที่ท่าเรือเกาะลอยแล้ว ให้ท่านซื้อตั๋วเรือข้ามไปที่เกาะสีชังได้เลยครับ มีเรือบริการทุกวันระหว่างเวลา 07.00-20.00 น. โดยจะออกทุก ๆ ต้นชั่วโมง อัตราค่าโดยสารก็จะอยู่ที่คนละ 40 บาท/เที่ยว ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 – 45 นาที

เมื่อถึงเกาะสีชัง เราสามารถเดินทางไปที่รีสอร์ทได้โดยรถสกายแล็ป ( รถสามล้อถอดเกราะหน้าของกรุงเทพฯนั่นล่ะ ) โดยอัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ เหมารอบละ 150 บาท สามารถนั่งได้สูงสุด 6 คน สำหรับท่านที่ชอบขี่รถจักรยานยนต์ก็มีให้บริการ ท่านสามารถเช่ารถจักรยานยนต์ไปจากที่ท่าเรือได้เลย โดยอัตราค่าบริการอยู่ที่ 250 บาทต่อ 24 ชั่วโมง ( ถ้ามั่นใจว่าขากลับจะต้องเลยเวลา 24 ชั่วโมง ก็ลองต่อรองกับผู้ให้เช่าดูนะครับ )

เมื่อท่านมาถึง ปารีฮัท รีสอร์ท แล้ว ท่านจะพบกับความตื่นตาตื่นใจ และ ความร่มรื่น รวมถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นซึ่งทางรีสอร์ทจะมอบให้ท่าน โดยที่รีสอร์ทแห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้ท่านเลือกเล่นมากมาย ทั้งนอนเปล นั่งอาบแดด , โดดผา ว่ายน้ำทะเล , ตกปลา ตกหมึก , ดำน้ำดูปะการัง , พายเรือคายัค , ขับรถ ATV , ปีนภูเขา , จักรยานเสือภูเขา , มอเตอร์ไซด์ , ล้อมวงบาบีคิว , ท่องเที่ยวรอบเกาะไปกับรถสกายแล็บ

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังที่ผมอยากจะแนะนำให้ท่านได้ไปชม คือ

พระจุฑาธุชราชฐาน (ท่าวัง) เกาะสีชังถือเป็นเกาะประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของเมืองไทย เนื่องจากว่าในอดีตมีพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 4 ,รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 เสด็จมาประพาสพักผ่อน โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน พร้อมพระราชทานนามว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" ตามพระนามของพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะแห่งนี้ พระจุฑาธุชราชฐาน อยู่ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง สิ่งที่น่าสนใจในพระราชฐานนี้นอกจากอาคารพระจุฑาธุชราชฐานที่งดงามด้วยด้วยสถาปัตยกรรมไม้สไตล์เรือนขนมปังขิงแล้ว บริเวณรอบข้างก็ยังมี ตึกวัฒนาเป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องเกล็ดเต่า ตึกผ่องศรีเป็นตึกแปดเหลี่ยมชั้นเดียวตัวตึกทาสีขาวมี 9 ประตู ตึกอภิรมย์ตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สร้างอย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ ประภาคารและที่นี่ยังมีบ่อน้ำจืดที่ถูกค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 5 อยู่ใกล้ๆ กันอีกด้วย

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และมณฑปรอยพระพุทธบาท ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถานที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นอกจากจะเป็นที่เคารพสักการะของคนสีชังแล้ว ยังเป็นที่สักการะที่ชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือกันมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีคนมาบวงสรวงกราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น ส่วนมณฑปรอยพระพุทธบาทนั้น อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามได้โดยรอบ
ช่องเขาขาด หรือ ช่องอิศริยาภรณ์ อยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลมซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5 สำหรับท้องทะเลแถบนี้มีหาดหินก้อนกลมเกลี้ยงเป็นที่มาของชื่อหาด ส่วนบริเวณช่องเขาขาดจะมีทางเดินสีขาว ทอดตัวยาวลงสู่เบื้องล่างลดระดับไปตามไหล่เขา โดยทางเดินสายนี้ 2 ข้างทางประดับประดาไปด้วยดวงไฟหงส์ไปจนสุดสาย และบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลากันเป็นจำนวนมาก

ถ้ำเขาพัง เป็นชายหาดแห่งเดียวของเกาะ อยู่ทางด้านตะวันตก มีลักษณะเป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ ถ้าอยากเล่นน้ำทะเล หรือ เตรียมตัวมาพักค้างแรม ควรมาพักที่หาดถ้ำพังแห่งนี้ ที่มีโค้งหาดยาวเหยียดเป็นรูปวงพระจันทร์ หาดทรายขาว และคลื่นลมแรง ทำให้ได้บรรยากาศของพักผ่อนตากอากาศได้เป็นอย่างดี แถมยังมีร้านอาหารและที่พักให้บริการ บริเวณตอนเหนือของหาดเป็นแหลมชื่อว่า "แหลมถ้ำพัง" ซึ่งเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตก สำหรับขาลุยที่ชอบการแค้มปิ้งกางเต็นท์ ก็สามารถลุยได้สบายไม่เสียค่าใช้จ่าย เสียเพียงค่าอาบน้ำจืดและเข้าห้องน้ำเพียงเท่านั้น การเดินทางท่องเที่ยวบางทีก็ไม่จำเป็นว่าต้องไปไกลๆ เสมอไปใช่ไหมครับ ลองให้เกาะสีชังเป็นตัวเลือกสำหรับการพักผ่อน ในวันหยุดสบายๆ ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลจากกรุงเทพฯ คุณก็จะพบกับเกาะสวรรค์แห่งใหม่อีกที่หนึ่งแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น